นโยบายความ
เป็นส่วนตัว

บริษัท มีนลอว์ จำกัด (ซึ่งต่อไปจะขอเรียนแทนว่า "บริษัทฯ") ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกความ ผู้มาติดต่อ และผู้เกี่ยวข้อง (ซึ่งต่อไปจะขอเรียนแทนว่า "ท่าน") บริษัทฯ จึงได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้
1. การแจ้งให้ทราบและประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
บริษัทฯ จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลของท่าน ก่อนหรือในขณะ ที่ท่านติดต่อขอรับบริการทางกฎหมาย สมัครงาน หรือทำสัญญากับบริษัทฯ โดยข้อมูลที่เราประมวลผลประกอบด้วย:
-
ข้อมูลระบุตัวตน: เช่น ชื่อ-นามสกุล, เลขประจำตัวประชาชน, เลขที่หนังสือเดินทาง, วันเดือนปีเกิด, รูปภาพส่วนบุคคล (ถ้าจำเป็น)
-
ข้อมูลการติดต่อ: เช่น ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล, ID Line
-
ข้อมูลทางการเงิน: เช่น เลขที่บัญชีธนาคาร, ประวัติการชำระเงิน, ข้อมูลภาษี
-
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีความหรือบริการทางกฎหมาย: ซึ่งอาจรวมถึงรายละเอียดข้อเท็จจริงในคดี เอกสารพยานหลักฐาน หรือข้อมูลของ คู่กรณี
-
ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data): ในบางกรณีที่จำเป็นต่อรูปคดี สำนักงานฯ อาจต้องเก็บข้อมูลเชื้อชาติ ศาสนา ประวัติอาชญากรรมหรือข้อมูลสุขภาพ โดยจะขอความยินยอมจากท่านโดยชัดแจ้ง เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตให้ทำได้
2. จุดประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้:
-
เพื่อการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ว่าความ หรือดำเนินการทางนิติกรรมสัญญาตามที่ท่านมอบหมาย
-
เพื่อการยืนยันตัวตน (KYC) และการตรวจสอบความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest Check) ก่อนรับงาน
-
เพื่อการออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และการทำบัญชี
-
เพื่อการติดต่อประสานงาน และแจ้งสถานะการดำเนินงาน
-
เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารบริษัทฯ (เช่น กรณีแลกบัตร หรือ CCTV - ถ้ามี)
-
เพื่อเหตุอื่นใดตามจำเป็นและสมควร (หากมี) โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าก่อนที่จะเก็บรวบรวมหรือให้ข้อมูลของท่าน ทั้งก่อนและ /หรือในระหว่างให้บริการ
3. ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลของท่านภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังนี้:
-
ฐานสัญญา: เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาว่าจ้างทนายความหรือสัญญาบริการ
-
ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย: เช่น การจัดทำบัญชีและภาษี, การปฏิบัติตามคำสั่งศาล หรือกฎหมายฟอกเงิน
-
ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อการบริหารจัดการภายในบริษัทฯ หรือการรักษาความปลอดภัย
-
ฐานความยินยอม: ในกรณีที่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลอ่อนไหว หรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด (ถ้ามี)
4. ความจำเป็นที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล
การให้ข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 1 เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาและการปฏิบัติตามกฎหมาย หากท่านไม่ให้ข้อมูลดังกล่าว บริษัทฯ อาจไม่สามารถให้บริการทางกฎหมายแก่ท่านได้ หรืออาจไม่สามารถดำเนินการตามสัญญา หรืองานให้บริการเกี่ยวกับคดีความต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน
5. ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูล
บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์
-
กรณีทั่วไป: เก็บตลอดระยะเวลาของสัญญาว่าจ้าง และต่อไปอีกเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่คดีสิ้นสุดหรือสัญญาเลิกกัน (ตามอายุความทางกฎหมายทั่วไป)
-
ข้อมูลทางบัญชีและภาษี: เก็บรักษาเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี ตามประมวลรัษฎากร เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าว บริษัทฯ จะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนได้
6. การเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องส่งต่อข้อมูลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก ภายใต้ขอบเขตที่จำเป็นเท่านั้น ได้แก่:
-
ศาล, เจ้าพนักงานตำรวจ, กรมบังคับคดี, หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับคดี
-
คู่ความหรือทนายความฝ่ายตรงข้าม (เท่าที่จำเป็นตามกระบวนการพิจารณาคดี)
-
ผู้ให้บริการภายนอก เช่น ผู้สอบบัญชี, ที่ปรึกษาทางการเงิน, ผู้ให้บริการระบบสารสนเทศ (Cloud/Server) ซึ่งจะมีการแจ้งแก่ท่านล่วงหน้าก่อนส่งต่อข้อมูล และหากมีการโอนข้อมูลไปยังระบบคลาวด์ต่างประเทศ ทางสํานักงานฯ จะดำเนินการให้มั่นใจว่าผู้ให้บริการนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
7. มาตรการความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ ตระหนักถึงความลับของลูกความและข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งทางเทคนิคและการบริหารจัดการ เช่น
-
การจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล (Access Control) เฉพาะบุคลากรของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง
-
การเก็บรักษาแฟ้มสำนวนคดีในตู้เอกสารที่มีกุญแจล็อค
-
การใช้รหัสผ่าน (Password) และระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
-
การทำสัญญาเก็บรักษาความลับ (NDA) กับพนักงานและผู้ให้บริการภายนอก
8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิตามกฎหมาย PDPA ดังนี้:
-
สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
-
สิทธิขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
-
สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล
-
สิทธิขอระงับการใช้ข้อมูล
-
สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล
-
สิทธิขอถอนความยินยอม (ในกรณีที่ได้ให้ความยินยอมไว้)
-
สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากเห็นว่าสำนักงานฯ ฝ่าฝืนกฎหมาย
-
สิทธิในการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล
9. ช่องทางการติดต่อ
หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่:
-
ชื่อหน่วยงาน: บริษัท มีนลอว์ จำกัด (MEANLAW CO., LTD.)
-
สถานที่ติดต่อ: ยู.เค. 30 (ห้อง 628), ซ. จรัญสนิทวงศ์ 40, แขวงบางยี่ขัน, เขตบางพลัด, กรุงเทพมหานคร 10700 – ใช้สำหรับรับสารทางไปรษณีย์เท่านั้น
หมายเหตุ: สถานที่จริงยังไม่พร้อมให้บริการ แต่ท่านสามารถนัดหมายเพื่อพบเจอได้ – จำกัดเฉพาะภายในเขตกรุงเทพชั้นใน
-
โทรศัพท์: (+66) 086 308 0569, (+66) 089 845 0659
-
อีเมล: thitawan@meanfirm.com.
-
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO): นายฐิตวันต์ เทียรฆศิริ
ประกาศเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569
ฐิตวันต์ เทียรฆศิริ
ผู้ก่อตั้ง และหัวหน้าสำนักงาน
บริษัท มีนลอว์ จำกัด