สรุปสาระสำคัญกฎหมายแรงงานใหม่ ปี 2569 [พระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568]: ผล กระทบและวิธีลดความเสี่ยงสำหรับธุรกิจ B2B
- Thitawan Teankasiri

- 9 มี.ค.
- ยาว 1 นาที

สรุปสาระสำคัญ (Executive Summary)
กฎหมายแรงงานใหม่ 2569 มีการประกาศฯ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป หรือให้เริ่มใช้ในปีนี้ คือ ปี 2569 โดยขยายสิทธิลาคลอดบุตรเป็น 120 วัน และเพิ่มสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรส 15 วัน องค์กร B2B ต้องเตรียมลดความเสี่ยงด้านต้นทุนสวัสดิการผ่านการพิจารณาปรับเปลี่ยนสัญญาบางตำแหน่งงาน และตรวจสอบซัพพลายเออร์อย่างเคร่งครัดว่าให้สิทธิวันลาถูกต้องตามกฎหมายใหม่หรือไม่ เพื่อป้องกันความรับผิดร่วม
สาระสำคัญของกฎหมายแรงงานที่นายจ้างและฝ่าย HR ต้องรู้
การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายในครั้งนี้ มีเจตนารมณ์เพื่อยกระดับการคุ้มครองมารดาและบุตรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการโครงสร้างทรัพยากรบุคคลของทุกองค์กร ดังนี้:
ขยายสิทธิลาคลอดบุตร: กฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกิน 120 วัน โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วัน
สิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร (กรณีป่วย): ลูกจ้างหญิงที่ใช้สิทธิลาคลอดบุตรจนครบกำหนดแล้ว มีสิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกิน 15 วัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะการเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ โดยต้องแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันประกอบการลา สิทธินี้นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างสำหรับวันที่ลา
สิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรส: ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรได้ไม่เกิน 15 วัน โดยต้องใช้สิทธิก่อนหรือในวันที่ลาภายใน 90 วันนับแต่วันที่คลอดบุตร และนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเท่ากับวันทำงานปกติไม่เกิน 15 วัน ที่สำคัญ คำว่า "คู่สมรส" นี้ ครอบคลุมถึงคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567) ทำให้บุคคลเพศหลากหลายสามารถใช้สิทธินี้ได้เช่นกัน
การยื่นแบบแสดงสภาพการจ้าง: เพื่อลดขั้นตอนการดำเนินการ ให้นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานต่ออธิบดีภายในเดือนมกราคมของทุกปี
กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง (De-risking) สำหรับธุรกิจ B2B
ที่ ME@NLAW เรามองเห็นว่าการเพิ่มขึ้นของวันลาตามกฎหมายใหม่ จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนแฝง (Hidden Costs) และความต่อเนื่องในสายการผลิต องค์กรควรปรับตัวดังนี้:
พิจารณาปรับเปลี่ยนสัญญาบางตำแหน่งงาน (Contract Modification): สำหรับสัญญาราคาคงที่ตายตัว (Fixed-Price) ในบางตำแหน่งงานที่มีความเสี่ยงสูง องค์กรควรพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบข้อสัญญาให้มีความยืดหยุ่น เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านต้นทุนสวัสดิการบุคลากรที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมระหว่างคู่สัญญา
ตรวจสอบสถานะซัพพลายเออร์ (Due Diligence & Audit): องค์กรต้องลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทจัดหางาน (Outsource Agency) อย่างเข้มงวด ว่ามีการให้สิทธิวันลาคลอดสูงสุด 120 วัน และวันลาคู่สมรส 15 วัน ตามกฎหมายใหม่หรือไม่ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่บริษัทผู้ว่าจ้างอาจต้องเข้าไปรับผิดชอบร่วมในกรณีเกิดข้อพิพาททางแรงงาน
ปรึกษาการปรับปรุงสัญญาจ้างงานและข้อสัญญา B2B เพื่อปกป้องธุรกิจของคุณกับผู้เชี่ยวชาญของ ME@NLAW ภายใต้โครงสร้างราคาแบบเหมาจ่าย (Flat-fee) ที่โปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง


ความคิดเห็น