top of page

ปรับค่า OT รปภ. 2569: กฎหมายใหม่ที่ผู้ประกอบการ B2B ต้องรู้เพื่อลดความเสี่ยง

อินโฟกราฟิก ME@NLAW สรุปกฎหมายใหม่ค่า OT รปภ. 2568: มีผล 24 เม.ย. 69, วันปกติ 1.25 เท่า, วันหยุด 2.5 เท่า พร้อมแนวทางปรับตัวสำหรับภาคธุรกิจ ได้แก่ ทบทวนสัญญาจ้าง, บริหารกะงาน และการคุ้มครองตามกฎหมายที่ครอบคลุม
สรุปอัตราค่า OT ใหม่สำหรับพนักงาน รปภ. เริ่มบังคับใช้ 24 เมษายน 2569 เพื่อยกระดับสิทธิแรงงานไทยและสร้างความเป็นธรรมในสถานประกอบการ

ปรับค่า OT รปภ. 2569: ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป พนักงานรักษาความปลอดภัยจะมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา (OT) ไม่น้อยกว่า 1.25 เท่าในวันทำงานปกติ และไม่น้อยกว่า 2.5 เท่าในวันหยุด ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2568 ซึ่งยกเลิกข้อยกเว้นเดิมที่เคยให้นายจ้างจ่ายเพียงค่าจ้างรายชั่วโมงปกติสำหรับการทำงานที่เกิน แปด ชั่วโมงในวิชาชีพนี้

สาระสำคัญของกฎหมายใหม่: สิ้นสุดยุค OT ราคาเดียว

เดิมตามกฎกระทรวงปี 2552 งานเฝ้าดูแลทรัพย์สินถูกยกเว้นให้ไม่ต้องจ่ายค่า OT แม้จะทำงานถึง 12 ชั่วโมงต่อวันก็ตาม  แต่กฎหมายฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 กำหนดมาตรฐานใหม่ ดังนี้:


  • วันทำงานปกติ: ชั่วโมงที่เกินจาก แปด ชั่วโมงแรก ต้องจ่ายค่า OT ไม่น้อยกว่า 1.25 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง

  • การทำงานในวันหยุด: กรณีทำงานล่วงเวลาในวันหยุด นายจ้างต้องจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2.5 เท่า

  • ความคุ้มครองที่ครอบคลุม: แม้จะมีการตกลงล่วงหน้าให้ทำงานเกินวันละ แปด ชั่วโมง (แต่รวมแล้วไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) นายจ้างยังคงต้องจ่ายค่าตอบแทนส่วนที่เกินในอัตราใหม่นี้ สำหรับลูกจ้างที่ไม่ได้รับค่าจ้างรายเดือน


ความเสี่ยง "นายจ้างร่วม" (Joint Liability) สำหรับองค์กร B2B

เราขอเน้นย้ำถึงความเสี่ยงสำคัญในระบบ B2B หากบริษัทของคุณใช้บริการ Outsource รปภ. และผู้ว่าจ้างมีลักษณะ "ควบคุม กำกับ และดูแลการทำงาน" โดยตรง องค์กรอาจต้องรับผิดชอบในฐานะ "นายจ้างร่วม" (Joint Employer) ตามร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับล่าสุด


หากบริษัท Outsource ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายการจ่าย OT ใหม่นี้ องค์กรผู้ว่าจ้างอาจถูกฟ้องร้องและต้องรับผิดชอบต่อสิทธิประโยชน์ของพนักงานเหล่านั้นในศาลแรงงานด้วย การตรวจสอบความสอดคล้องทางกฎหมาย (Legal Compliance) ของคู่สัญญาจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในปี 2026


แนวทางการปรับตัวและทางออกเชิงกลยุทธ์

เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและลดความเสี่ยง เราแนะนำให้ผู้ประกอบการดำเนินการดังนี้:


  1. Audit สัญญาจ้าง: ตรวจสอบสัญญากับบริษัท Outsource ว่ารองรับภาระต้นทุน OT ที่เพิ่มขึ้นหรือไม่

  2. ใช้ข้อสัญญาปรับราคา (Price Adjustment Clauses): เพื่อสร้างความเป็นธรรมในกรณีที่กฎหมายต้นทุนแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

  3. คัดกรองคู่ค้ามาตรฐานสูง: เลือกใช้ซัพพลายเออร์ที่จดทะเบียน SME One ID หรือได้รับมาตรฐาน DBD CG Standard เพื่อลดภาระในการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence)


หากคุณต้องการวิเคราะห์ผลกระทบเชิงลึกหรือปรับปรุงสัญญาจ้างเพื่อลดความเสี่ยง B2B เรา ME@NLAW พร้อมให้บริการ ที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจ (Business Legal Counsel) ในอัตรา 2,000 บาทต่อชั่วโมง โดยเราจะจัดทำรายงานสรุปและไฟล์บันทึกเสียงให้ทุกครั้ง เพื่อความโปร่งใสและใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงขององค์กรครับ


header.all-comments


ตราสัญลักษณ์สมาชิก SME One ID ของสำนักงานกฎหมาย ME@NLAW รับรองโดยสสว.
SME One ID Certified Member Logo - ME@NLAW Business Law Firm Thailand
ใบสำคัญแสดงความเป็นสมาชิกหอการค้าไทยของ บริษัท มีนลอว์ จำกัด ออกให้ ณ วันที่ 10 มีนาคม 2569

เลขทะเบียนนิติบุคคล

> 0135569000894

เลขทะเบียนจัดตั้งสำนักงานฯ

> 13164/2568

© สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาและภาพประกอบโดย ME@NLAW © 2026 เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลกฎหมาย

ข้อมูลการติดต่อ

(+66) 086 308 0569

(+66) 089 845 0659

30 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 40, แขวงบางยี่ขัน, เขตบางพลัด, กรุงเทพมหานคร, 10700 

26/107 หมู่ 10, ตำบลลาดสวาย, อำเภอลำลูกกา, จังหวัดปทุมธานี, 12150 

วันจันทร์ - วันศุกร์

09.00 น. - 17.00 น.

" เราให้บริการด้านกฎหมายผ่านทางออนไลน์เท่านั้น "

bottom of page