top of page

สรุปสาระสำคัญกฎหมายแรงงานใหม่ ปี 2569 [พระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568]: ผล กระทบและวิธีลดความเสี่ยงสำหรับธุรกิจ B2B

ผู้บริหารองค์กรและที่ปรึกษาทางกฎหมายกำลังหารือเกี่ยวกับการปรับปรุงสัญญา B2B เพื่อบริหารความเสี่ยงและรับมือกับกฎหมายแรงงานใหม่ พ.ศ. 2568 ที่ครอบคลุมเรื่องสิทธิการลาคลอด 120 วัน และการป้องกันความรับผิดในฐานะนายจ้างร่วม
การปรับเปลี่ยนสัญญา B2B ให้ยืดหยุ่น และการตรวจสอบซัพพลายเออร์อย่างเคร่งครัด คือกลยุทธ์สำคัญในการลดความเสี่ยง (De-risking) จากกฎหมายแรงงานใหม่ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568

สรุปสาระสำคัญ (Executive Summary)

กฎหมายแรงงานใหม่ 2569 มีการประกาศฯ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป หรือให้เริ่มใช้ในปีนี้ คือ ปี 2569 โดยขยายสิทธิลาคลอดบุตรเป็น 120 วัน และเพิ่มสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรส 15 วัน  องค์กร B2B ต้องเตรียมลดความเสี่ยงด้านต้นทุนสวัสดิการผ่านการพิจารณาปรับเปลี่ยนสัญญาบางตำแหน่งงาน และตรวจสอบซัพพลายเออร์อย่างเคร่งครัดว่าให้สิทธิวันลาถูกต้องตามกฎหมายใหม่หรือไม่ เพื่อป้องกันความรับผิดร่วม

สาระสำคัญของกฎหมายแรงงานที่นายจ้างและฝ่าย HR ต้องรู้

การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายในครั้งนี้ มีเจตนารมณ์เพื่อยกระดับการคุ้มครองมารดาและบุตรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น  ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการโครงสร้างทรัพยากรบุคคลของทุกองค์กร ดังนี้:

  • ขยายสิทธิลาคลอดบุตร: กฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกิน 120 วัน โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วัน

  • สิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร (กรณีป่วย): ลูกจ้างหญิงที่ใช้สิทธิลาคลอดบุตรจนครบกำหนดแล้ว มีสิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกิน 15 วัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะการเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ โดยต้องแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันประกอบการลา สิทธินี้นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างสำหรับวันที่ลา

  • สิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรส: ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรได้ไม่เกิน 15 วัน โดยต้องใช้สิทธิก่อนหรือในวันที่ลาภายใน 90 วันนับแต่วันที่คลอดบุตร และนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเท่ากับวันทำงานปกติไม่เกิน 15 วัน ที่สำคัญ คำว่า "คู่สมรส" นี้ ครอบคลุมถึงคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567) ทำให้บุคคลเพศหลากหลายสามารถใช้สิทธินี้ได้เช่นกัน

  • การยื่นแบบแสดงสภาพการจ้าง: เพื่อลดขั้นตอนการดำเนินการ ให้นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานต่ออธิบดีภายในเดือนมกราคมของทุกปี


กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง (De-risking) สำหรับธุรกิจ B2B

ที่ ME@NLAW เรามองเห็นว่าการเพิ่มขึ้นของวันลาตามกฎหมายใหม่ จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนแฝง (Hidden Costs) และความต่อเนื่องในสายการผลิต องค์กรควรปรับตัวดังนี้:

  1. พิจารณาปรับเปลี่ยนสัญญาบางตำแหน่งงาน (Contract Modification): สำหรับสัญญาราคาคงที่ตายตัว (Fixed-Price) ในบางตำแหน่งงานที่มีความเสี่ยงสูง องค์กรควรพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบข้อสัญญาให้มีความยืดหยุ่น เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านต้นทุนสวัสดิการบุคลากรที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมระหว่างคู่สัญญา

  2. ตรวจสอบสถานะซัพพลายเออร์ (Due Diligence & Audit): องค์กรต้องลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทจัดหางาน (Outsource Agency) อย่างเข้มงวด ว่ามีการให้สิทธิวันลาคลอดสูงสุด 120 วัน และวันลาคู่สมรส 15 วัน  ตามกฎหมายใหม่หรือไม่ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่บริษัทผู้ว่าจ้างอาจต้องเข้าไปรับผิดชอบร่วมในกรณีเกิดข้อพิพาททางแรงงาน


ปรึกษาการปรับปรุงสัญญาจ้างงานและข้อสัญญา B2B เพื่อปกป้องธุรกิจของคุณกับผู้เชี่ยวชาญของ ME@NLAW ภายใต้โครงสร้างราคาแบบเหมาจ่าย (Flat-fee) ที่โปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง


ความคิดเห็น


ตราสัญลักษณ์สมาชิก SME One ID ของสำนักงานกฎหมาย ME@NLAW รับรองโดยสสว.
SME One ID Certified Member Logo - ME@NLAW Business Law Firm Thailand

เลขทะเบียนนิติบุคคล

> 0135569000894

เลขทะเบียนจัดตั้งสำนักงานฯ

> 13164/2568

© สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาและภาพประกอบโดย ME@NLAW © 2026 เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลกฎหมาย

ข้อมูลการติดต่อ

(+66) 086 308 0569

(+66) 089 845 0659

30 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 40, แขวงบางยี่ขัน, เขตบางพลัด, กรุงเทพมหานคร, 10700 

26/107 หมู่ 10, ตำบลลาดสวาย, อำเภอลำลูกกา, จังหวัดปทุมธานี, 12150 

วันจันทร์ - วันศุกร์

09.00 น. - 17.00 น.

" เราให้บริการด้านกฎหมายผ่านทางออนไลน์เท่านั้น "

bottom of page